วิธีการป้องกันภัยร้ายบนโลกออนไลน์


เมื่อโลกอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ภัยร้ายก็มาเยือนถึงตัวได้แบบไม่เว้นวัน นำเสนอเทคนิคป้องกันภัยคุกคามออนไลน์ ที่ใครก็ทำได้ มาให้รับทราบกัน ดังนี้

1. ตั้งสติก่อนเปิดเครื่อง ก่อนเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้รู้ตัวเสมอว่าเราอยู่ที่ไหน ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่สาธารณะ และระมัดระวังการใช้งานคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่อง คือก่อน Login เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครแอบดู Password ของเราได้ เมื่อไม่ได้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรล็อคหน้าจอให้อยู่ในสถานะที่ต้องใส่ค่า Login ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างสะดวก อย่าประมาทในการใช้งานอินเตอร์เน็ต ตระหนักไว้ว่าข้อมูลความลับและความเป็นส่วนตัวของเราอาจถูกเปิดเผยได้เสมอใน โลกออนไลน์ แม้เราจะระมัดระวังมากเพียงใดก็ตาม
2. กำหนด Password ที่ยากแก่การคาดเดา ควรมีความยาวไม่ต่ำกว่า 8 ตัวอักษร และใช้อักขระพิเศษ ไม่ตรงกับความหมายในพจนานุกรม เพื่อให้เดาได้ยากมากขึ้น และการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วไป เช่น การ Login ระบบ e-mail , ระบบสนทนาออนไลน์ (chat) ระบบเว็บไซต์ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ ทางที่ดีควรใช้ password ที่ต่างกันบ้างพอให้จำได้ หรือมีเครื่องมือช่วยจำ password เข้ามาช่วย
3. สังเกตขณะเปิดเครื่อง ว่ามีโปรแกรมไม่พึงประสงค์รันมาพร้อมๆ กับการเปิดเครื่องหรือไม่ ถ้าดูไม่ทัน ให้สังเกตระยะเวลาบูตเครื่อง หากนานผิดปกติ อาจเป็นไปได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ติดปัญหาจากไวรัส หรืออื่นๆได้
4. หมั่นตรวจสอบและอัพเดต OS หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ ให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันภัยในเครื่อง และควรใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฏหมาย นอกจากนี้ควรอัพเดตอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจาก Application Software สมัยใหม่มักพึ่งพาอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ ก่อให้เกิดช่องโหว่ใหม่ๆ ให้ภัยคุกคามเจาะผ่านบราวเซอร์ สร้างปัญหาให้เราได้
5. ไม่ลงซอฟต์แวร์มากเกินจำเป็น จนเกินศักยภาพการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต้องลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้แก่
– อินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ เพื่อใช้เปิดเว็บไซต์ต่างๆ
– E-mail เพื่อใช้รับส่งข้อมูลและติดต่อสื่อสาร
– โปรแกรมสำหรับงานด้านเอกสาร, โปรแกรมตกแต่งภาพ เสียง วิดีโอ
– โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์
หากจำเป็นต้องใช้โปรแกรมอื่น ควรพิจารณาใช้โปรแกรมที่ผ่าน Web Application เช่น Chat, VoIP เป็นต้น หรือบันทึกโปรแกรมลงบน Thumb Drive เพื่อรันจากภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์
6. ไม่ควรเข้าเว็บไซต์เสี่ยงภัย เว็บไซต์ประเภทนี้ ได้แก่
– เว็บไซต์ลามกอนาจาร
– เว็บไซต์การพนัน
เว็บไซต์ที่มีหัวเรื่อง “Free” แม้กระทั่ง Free Wi-Fi ที่เราคิดว่าได้เล่นอินเตอร์เน็ตฟรี แต่อาจเป็นแผนของ Hacker ให้เรามาใช้ระบบ Wi-Fi ก็เป็นได้ ให้คิดเสมอว่า “ไม่มีของฟรีในโลก” หากมีการให้ฟรีก็ต้องของต่างตอบแทน เช่น โฆษณาแฝง เป็นต้น
7. สังเกตความปลอดภัยของเว็บไซต์ที่ให้บริการธุรกรรมออนไลน์ เว็บไซต์
8. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวลงบนเว็บ Social Network ชื่อที่ใช้ควรเป็นชื่อเล่นหรือฉายาที่กลุ่มเพื่อนรู้จัก
9. ศึกษาถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่ออินเตอร์เน็ต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ โดยมีหลักการง่ายๆ ที่จะช่วยให้สังคมออนไลน์สงบสุข คือ ให้คิดถึงใจเขาใจเรา  หากเราไม่ชอบสิ่งใด ก็ไม่ควรทำสิ่งนั้นกับผู้อื่น เวลาแสดงความคิดเห็นบนกระดานแสดงความคิดเห็น (Web board), การรับส่ง e-mail, หรือการกระทำใดๆ กับข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , | Comments Off on วิธีการป้องกันภัยร้ายบนโลกออนไลน์

การป้องกันจากภัยต่าง ๆในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์

โลกของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ก็ไม่ต่างจากโลกความเป็นจริง ที่มีทั้ง “คนดี” “คนร้าย” “ตัวจริง” “ตัวปลอม” ปะปนกันไปหมด แต่ที่น่าวิตกกว่าโลกความเป็นจริง คือ เรื่องราวบนโลกสังคมออนไลน์ แพร่กระจายไปได้เร็วมาก แล้วก็หยุดยากเสียด้วย บางคนใช้สื่อสังคมออนไลน์ อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ คาดไม่ถึงว่าจะเกิดผลเสียหายตามมา อย่างกรณีที่มีข่าวลือที่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น และมีการส่งต่อให้เพื่อนๆ หลังจากนั้นไม่นานผู้เผยแพร่ข้อความได้ถูกตำรวจจับกุมข้อหากระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และก็มีตัวอย่างข่าวลักษณะแบบนี้อยู่หลายกรณี จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเป็น “สังคม” ก็ต้องมีกฎระเบียบ มีข้อควรปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นสังคมบน “โลกออนไลน์” หรือ “โลกความเป็นจริง” จึงขอกล่าวถึงข้อควรปฏิบัติและควรระวังในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ดังนี้

พึงตระหนักเสมอว่าการโพสต์ข้อความ หรือแสดงความคิดเห็นให้เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นข้อความที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ ดังนั้นผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบ ทั้งด้านสังคม และกฎหมาย

อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป บนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงข้อมูลทางการเงิน เพราะการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเท่าไหร่ ภัยร้ายก็จะเข้าใกล้ตัวเรามากขึ้นเท่านั้น การระบุ วัน เดือน ปีเกิด จะทำให้มิจฉาชีพทราบถึงอายุ หากเป็นเด็ก หรือวัยรุ่น จะยิ่งเป็นเป้าหมายเพราะล่อลวงได้ง่าย

ไม่ควรโพสต์ข้อความ ที่ชี้ชวนให้มิจฉาชีพรับรู้ความเคลื่อนไหวส่วนตัวของเราตลอด เช่น บอกสถานะว่าไม่อยู่บ้าน หรือเดินทางไปที่ไหน ขับรถอะไร ซึ่งทำให้ผู้ไม่หวังดีวางแผนมาทำร้าย หรือวางแผนขโมยทรัพย์สินเราได้

ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการโพสต์ หรือ เผยแพร่ ส่งต่อ ข้อความ รูปภาพ วีดิโอที่อาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย เช่น ภาพหลุด คลิปหลุด หรือ โพสต์รูปภาพที่สื่อถึงอบายมุขต่างๆ และไม่ควรใช้ถ้อยคำหยาบคาย ถ้อยคำลามก อนาจาร ดูหมิ่น ส่อเสียด เสียดสี ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม

พึงระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไว้ใจหรือเชื่อใจคน ที่รู้จักผ่านอินเทอร์เน็ต ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ หรือชื่อสถานศึกษา เพราะอาจถูกหลอกลวง หรือล่อลวงไปทำอันตรายได้

ให้ระมัดระวังการเช็คอิน (Check-in) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายภาพ ระบุพิกัด และเวลา เพราะภาพทุกภาพ การโพสต์ทุกอย่างจะอยู่ในอินเทอร์เน็ต ไม่มีวันถูกลบอย่างแท้จริง

ข้อควรระวังที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของการปฏิบัติในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้เท่าทันภัยคุกคามต่างๆ จากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อจะช่วยป้องกันภัยหรือลดความเสียหายลงได้

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on การป้องกันจากภัยต่าง ๆในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์

วิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น การติดต่อสื่อสาร การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หรือการดำเนินต่างๆ จำเป็นต้องใช้สื่อสารสนเทศเหล่านี้ ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไวรัสคอมพิวเตอร์ บัญชีผู้ใช้ถูกแฮก การถูกบุกรุกคอมพิวเตอร์จากระยะไกล เป็นต้น โดยผู้ใช้งานอาจรับทราบถึงภัยคุกคามเหล่านี้ แต่อาจยังไม่ทราบถึงวิธีปฏิบัติหรือป้องกันและแก้ไขเมื่อเกิดภัยจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เมื่อคอมพิวเตอร์ติดไวรัสควรทำอย่างไร หากเครื่องคอมพิวเตอร์ถูกแฮกควรทำอย่างไร เป็นต้น ดังนั้น บทความนี้จึงรวบรวมเอาคำแนะนำต่างๆสำหรับการรับมือกับภัยคุกคามเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้มีอิทธิพลและขยายความสำคัญต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีคุณประโยชน์หลากหลายประการ และเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ก่อให้เกิดสังคมไร้พรมแดนที่ผู้คนทั่วโลกสามารถสื่อสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และเป็นสื่อที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและอุตสาหกรรม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การเผยแพร่ข่าวสาร และการประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะให้คุณประโยชน์มากมายมหาศาลแก่ผู้ใช้งาน แต่ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีสารสนเทศก็สามารถก่อให้เกิดผลกระทบทางลบแก่ผู้ใช้งานได้เช่นกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ สามารถเป็นสะพานหรือเป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมในรูปแบบใหม่ เช่น การจารกรรมข้อมูล การสร้างข่าวสารอันเป็นเท็จ การหลอกลวงต่างๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานได้และสังคม หากผู้ใช้งานขาดความรู้ในการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม จึงอาจเป็นเหตุนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อตัวเอง ข้อมูล และทรัพย์สิน เช่น การถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพออนไลน์ การขโมยข้อมูลส่วนตัว การขโมยอีเมล์ หรือการหลอกลวงให้ทำการโอนย้ายข้อมูลและทรัพย์สิน เป็นต้น ซึ่งภัยจากเทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้น และมีวิธีการที่หลากหลายอีกด้วย

ช่วยสร้างความตระหนักรู้และช่วยให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยแฝงที่อาจมาพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมทั้งแนวทางในการรับมือ หรือ ป้องกันตัวหรือหลีกเลี่ยงจากภัยเหล่านี้ รวมทั้งข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ เมื่ออยู่ในโลกออนไลน์

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , | Comments Off on วิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

การเสริมภูมิคุ้มกัน รู้ทันภัยออนไลน์ให้กับเยาวชน

เยาวชนกับภัยออนไลน์
ภัยออนไลน์กำลังมาแรงในสังคมยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตกลับกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตไปเสียแล้ว ดังนั้น เมื่อหลีกเลี่ยงการใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ เราควรจะเสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้เยาวชนได้อย่างไรนั้น

ทำไมเด็ก ๆ ถึงเข้าไปในโลกเสมือนจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะใช้เวลาว่างในโลกของความเป็นจริง โลกเป็นอย่างนี้นี่ครับ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนไปจากการใช้อย่างอื่น ถ้าสมัยก่อนเด็ก ๆ คงจะเล่นตั้งเต ต่อมาก็เล่นโยนห่วง แล้วก็เล่นปิงปอง เด็กจึงต้องใช้อะไรใหม่ ๆ ที่เขาใช้กัน คือเป็นการใช้เวลาว่างตามยุคสมัย ที่สังคมเปลี่ยน เพราะคนไม่ค่อยมีเพื่อนบนพื้นโลก แต่สามารถหาเพื่อนบนเน็ตได้ อยู่ที่โรงเรียนอาจรูปชั่วตัวดำขาเป๋ แต่พออยู่บนเน็ตจะสร้างภาพอย่างไรก็ได้ ภัยออนไลน์ที่มาแรงตอนนี้มีอะไรบ้าง เยอะแยะ ตั้งแต่ โป๊ ขายของ ฉ้อโกง หลอกหลวง การที่เยาวชนตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นความอ่อนแออะไรของสังคมบ้าง สังคมอ่อนแอ เพราะสถาบันครอบครัวอ่อนแอลง ทุกคนเน้นเป้าเรื่องบริโภคนิยม ดูแล เจ้านาย ดูแลลูกค้า ดูแลใครต่อใครยกเว้นดูแลลูก เด็ก ๆ จึงขาดความรัก เด็กอยู่ที่บ้าน ไม่มีคนทักว่ากินข้าวหรือยัง วันนี้ยิ้มบ้างหรือเปล่า แต่ตัวสวยไหม พ่อแม่ไม่เคยสนใจ แต่พอเข้าเน็ต มีคนให้ความสนใจ ไต่ถาม เขาก็ติดใจ อยากเข้าไปพูดคุยด้วยเรื่อย ๆ ครูและผู้ปกครองควรจะดูแล ป้องกันภัยออน์ไลน์นี้ได้อย่างไร ควรจะรู้จักภัยเหล่านี้ รู้ให้ทัน เพื่อที่จะไปดูแลเด็ก อย่าอ้างว่าแก่ไม่ทันเรียน

ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ตำราเรียนคอมพิวเตอร์ น่าจะสอนเด็ก ๆ ถึงเรื่องภัยออนไลน์นี้ไหม ก็ควรต้องทำตรงนี้ สอนให้เด็กรู้ถึงภัยของการออนไลน์ ตราบใดที่ยังสอนวิธีใช้คอมพิวเตอร์ ต้องสอนวิธีป้องกันภัยด้วย ทุกวันนี้หลักสูตรทุกอย่างมีแต่การใช้ไอที แต่มีมีหลักสูตรป้องกันภัยจากไอที

สื่อออนไลน์ที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนไทย มีมากพอและมีคุณภาพเพียงพอหรือยัง มีเยอะ เช่น วิกิพีเดีย ภูมิปัญญาไทย ธรรมะออนไลน์ก็มี ขึ้นอยู่กับว่าเด็ก ๆ จะมีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตกันอย่างไร ในส่วนของเด็กติดเกมคิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี จริง ๆ แล้ว เราทำให้มีประโยชน์ก็ได้ ทำเกมดี ๆ ให้สนุกและมีความรู้ ตอบคำถามได้ ถ้าเด็ก ๆ จะติดเกม ก็อยากให้ติดเกมที่มีคุณภาพ ที่ให้ความรู้กับเขาด้วย ก็น่าจะทำได้ แต่ต้องหาทางแก้ตรงที่ควบคุมระเบียบวินัยการเล่น ให้เด็กรู้เวลาเล่น รู้เวลาเลิก การปราบปรามสืบสวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษส่วนใหญ่เกี่ยวกับอะไร ในส่วนของผมเน้นติดตามคดีสำคัญ เช่น คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง สถาบันกษัตริย์ ขโมยโดเมนเนม ฉ้อโกงรายใหญ่ ส่วนคดีเล็ก ๆ เช่น เว็บโป๊ให้ทางตำรวจจัดการกันเอง การแก้ปัญหาของผมคือการแก้ที่ปลายเหตุ ส่วนการแก้ปัญหาต้นเหตุที่สำคัญคือครอบครัวมากกว่า นอกจากนั้นโรงเรียนและสื่อมวลชนต้องช่วยกันด้วย คดีที่สะเทือนใจหรือประทับใจ ผมสะเทือนใจตอนที่จับผู้หญิงโชว์เปลือยในอินเทอร์เน็ต เพื่อต้องการความเห็นใจ ความรัก ความเอื้ออาทร แต่พอเกิดการจับกุม แล้วผู้สื่อข่าวมาทำข่าว เขาบอกว่าไม่อยากใส่หมวก อยากเปิดหน้าไปเลย เพื่อให้พ่อแม่ที่ทอดทิ้งเขาหันมาดูว่าสิ่งที่ทำให้ลูกตอนนี้ ผลที่ได้เป็นอย่างไร ในการทำงานผมไม่มีเรื่องประทับใจ มีแต่สะเทือนใจมากกว่า

ผู้ใหญ่ควรทำอย่างไร
ผู้ใหญ่ต้องมาทบทวนและทำอะไรกันบ้าง ให้สนใจถึงพิษภัยของอินเทอร์เน็ตด้วย ไม่ใช่บอกแต่ประโยชน์อย่างวเดียว สอนวิธีป้องกันภัยจากเน็ตให้บุตรหลานด้วย บางคนเล่นเว็บแคมฟร๊อกตั้งนาน ก็ยังไม่รู้เลยว่ามีการsave ข้อมูล saveภาพที่ตัวเองเล่นบนหน้าจอได้ วิธีป้องกันตัวเองจากอินเทอร์เน็ต เช่น การแชท อย่าบอกข้อมูลส่วนตัว อย่าให้เขาเห็นหน้า อย่าบอกบ้านเลขที่ เบอร์โทร อีเมล์ โรงเรียน ถึงสนิทสนมแค่ไหนก็ไม่ควรบอก คนส่วนใหญ่รู้จักบนเน็ตก็แต่ตัวอักษร คุยกันมาสามปีสี่เดือนก็แค่ตัวอักษรเท่านั้น ถ้าเขาบอกอย่างไรก็ไม่ควรเชื่ออย่างนั้น คนที่คบบนเน็ตหาความจริงยาก อย่าเชื่อดีกว่า ให้คำนึงถึงว่าคนบนเน็ตเป็นอะไรก็ได้ทั้งหมดแล้วแต่เขาจะปั้นแต่งตัวเอง และที่สำคัญ พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้เวลากับบุตรหลานมาก ๆ อย่าปล่อยให้เขาอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตคนเดียว ก็เหมือนกับการปล่อยให้บุตรหลานไปเที่ยวห้าง หรือสนามหลวงคนเดียวนั่นแหละ อาจจะพลัดหลงหรือหายไปเลยก็ได้ ใช่แล้ว ?ความรัก ความอบอุ่น และความใส่ใจภายในครอบครัว? สิ่งนี้แหละที่เมื่อจัดการไม่เหมาะสม หรือให้บุตรหลานไม่พอ ก็จะกลายมาเป็นต้นตอของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างไม่รู้จบสิ้น ดังนั้น ภูมิคุ้มกันที่ดีไม่ว่าจะเป็นภัยออนไลน์ หรือภัยไหน ๆ น่าจะเริ่มจากการที่พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความรัก ความเอาใจใส่กับลูก เข้าใจและให้เวลากับลูกบ้าง และที่สำคัญอย่าปล่อยให้บุตรหลายของท่านขาดรัก จนเกิดความเหงา และต้องไปไขว่คว้าหาความรักจากคนในอินเทอร์เน็ตมาเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าของพวกเขาแทน เพราะสิ่งที่พวกเขาไขว่คว้ามาได้จากอินเทอร์เน็ต อาจเป็นความรัก ความอบอุ่นใจปลอม ๆ ที่สุดท้ายอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจได้โดยไม่คาดคิด

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , | Comments Off on การเสริมภูมิคุ้มกัน รู้ทันภัยออนไลน์ให้กับเยาวชน

การป้องกันอันตรายจากอินเตอร์เน็ตที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชน

ในการป้องกันอันตรายจากอินเตอร์เน็ตที่มีกับเด็ก ลดช่องว่างด้านเทคโนโลยี และสกัดกั้นความเสียหายต่ออนาคตของชาติ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการว่า ในประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรวมประมาณ 4.5 ล้านคน โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชน และแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะมีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย แต่ก็มีอันตรายไม่น้อยสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลายเป็นแหล่งการเกิดปัญหาการล่อลวงเด็กและก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวเด็ก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาของการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อล่อลวงเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการล่อลวงไปข่มขืน ทำอนาจาร หรือแม้แต่การลักพาตัวไป โดยเฉพาะการพูดคุยในห้องแชทรูมผ่านอินเทอร์เน็ต ที่นำไปสู่การนัดพบกันของคู่สนทนาทั้งสองฝ่ายซึ่งไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน รวมทั้งเนื้อหาที่นำเสนอในหน้าเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลกมีจำนวนไม่น้อยที่นำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก เช่น เนื้อหาทางเพศ เนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง หรือการเสนอขายสินค้าที่ไม่เหมาะสมหรือส่งเสริมการใช้ความรุนแรง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหา ควรได้รับความร่วมมือด้วยกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ปกครองควรสอดส่องดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตของเยาวชนอย่างใกล้ชิด และให้คำแนะนำในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องและเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ปกครองก็คือ ความแตกต่างระหว่างความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีระหว่างเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งจัดว่าเป็น Digital Divide อีกประเภทหนึ่งที่ต้องพิจารณาและทำให้ผู้ปกครองต้องหันมากระตุ้นเตือนตนเองให้เร่งหันมาศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีให้มากขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาวะความเสี่ยงจากภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนหรือลูกหลาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมแนวทางในการป้องกันปัญหาในการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้กับกลุ่มผู้ปกครองและกลุ่มเยาวชน ดังนี้ ในส่วนของผู้ปกครองทำได้คือ

ไม่ควรปล่อยให้เยาวชนหรือบุตรหลานเล่นอินเทอร์เน็ตตามลำพังกระตุ้นให้เด็กเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นในอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ และให้ร้องขอความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษาเมื่อพบกับปัญหาทำความเข้าใจกับเด็กเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันเด็กจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมแนะนำเด็กในการใช้อีเมล์ และให้ตรวจสอบหรือสอบถามเกี่ยวกับการส่งอีเมล์ที่ส่งมาให้เด็กอยู่เสมอให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้แชทรูม หรือห้องสนทนาเกี่ยวกับข้อมูลที่เด็กควรปกปิดไว้ ไม่ควรบอกให้คู่สนทนารู้ เช่น นามสกุล ที่อยู่ หรือรหัสผ่านที่เป็นความลับกับผู้ที่ไม่เคยรู้จัก หรือเริ่มรู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตควรวางคอมพิวเตอร์ที่เด็กใช้ไว้ในที่เปิดเผย เช่น ห้องนั่งเล่น มากกว่าที่จะวางไว้ในห้องนอน หรือห้องส่วนตัว กลุ่มเยาวชนไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อโรงเรียน ที่ทำงาน หรือเบอร์ที่ทำงาน ของผู้ปกครองให้แก่บุคคลอื่น ที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตแจ้งให้ผู้ปกครองทราบโดยทันทีที่พบข้อมูล หรือรูปภาพใด ๆ บนอินเทอร์เน็ตที่หยาบคายไม่เหมาะสมไม่ไปพบบุคลใดก็ตามที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อนไม่ส่งรูปหรือสิ่งของใด ๆ ให้แก่ผู้อื่นที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้ขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on การป้องกันอันตรายจากอินเตอร์เน็ตที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชน

ภัยที่เกิดจาก อินเตอร์เน็ต ไม่ใช่เรื่องยากที่จะป้องกัน


ถ้ากล่าวถึง อินเตอร์เน็ต คงไม่มีใครไม่รู้จักคำๆ นี้และคงน้อยคนที่ไม่เคยใช้งานมันนำความรู้ วิธีการป้องกันภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดกับเราได้ ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้งาน อินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะเยาวชนของเรา ซึ่งจะพบว่าในปัจจุบันนี้มักจะได้ยินข่าวอาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดจากภัยทางอินเตอร์เน็ต เช่น การพูดคุยกับคนที่เราไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักมาก่อน(Chat) ซึ่งอีกฝ่ายอาจจะประสงค์ร้าย หลอกลวง ทำร้ายร่างกาย จนอาจเสียชีวิต

ในการใช้ อินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่นั้นที่เห็นชัดเจน คือ ค้นหาข้อมูล ดาวน์โหลด ติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ใช้กับผู้ใช้(E-mail Chat Webbord ) การสร้าง Weblog และที่ชื่นชอบกันมาก คือ การเล่นเกมส์ Online แต่เชื่อไหมคะว่าสิ่งเหล่านี้มักมีภัยแฝงมาด้วย เรียกว่า ภัยจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งได้แก่ ภัยจากคน ภัยจากโปรแกรมประสงค์ร้าย และ ภัยจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ภัยจากคน ได้แก่ การหลอกลวงทาง Chat (บุคคลที่ชอบ Chat MSN QQ ICQ Skype ต้องระวัง),การส่ง E-Mail หลอกลวงเพื่อเอาข้อมูลหรือเอาเงิน เช่น Phishing,การโพสต์ข้อความหลอกขายสินค้า,การกลั่นแกล้งทาง Internet,ภัยจากช่างซ่อมคอมพิวเตอร์

ภัยจากโปรแกรมประสงค์ร้าย ได้แก่ Virus,Trojan,Adware,Spyware ที่มาของสิ่งเหล่านี้ คือ อาจแฝงมาจากเว็บไซต์ที่ให้บริการดาว์โหลดฟรีต่างๆ เช่น mp3,crack,games,โปรแกรมแฮก/ฟรี หรือไฟล์ที่แนบมาจาก E-mail และอีกช่องทางหนึ่ง คือ ติดจากเครื่อง PC อื่นผ่านทางสื่อบันทึกข้อมูล เช่น Handydrive,Memorystrick ฯลฯ ภัยจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ต มักจะแฝงมากับเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น เว็บโป๊ เว็บใต้ดิน ฯลฯ หรืออาจจะมาจาก E-mail(ในรูปแบบ Junk mail,Spam mail),เว็บบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อหลอกลวงให้หลงเชื่อ,เว็บที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และเว็บขายสินค้าที่หลอกลวง

ทั้งหมดนี้จะมีวิธีการป้องกันภัยจากอินเตอร์เน็ตได้โดยวิธีใดบ้าง ขอตอบว่าไม่ยากคะง่ายนิดเดียว คือ ถ้าเป็นการป้องกันภัยจากคนและข้อมูลในอินเตอร์เน็ต วิธีที่ดีที่สุด คือ ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับคนที่เราไม่รู้จัก,ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตัวเองและบุคคลในครอบครัวให้คนที่เราไม่รู้จัก หรือไม่สนิท,ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลและติดต่อสื่อสารกัน,ไม่ออกไปพบคนที่เรารู้จักทางอินเตอร์เน็ต,ระมัดระวังในการซื้อสินค้าทาง Internet,ต้องรีบปรึกษาผู้ใหญ่เมื่อถูกกลั่นแกล้งทางอินเตอร์เน็ต,ไม่เผลอบันทึก username และ password ในขณะที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ,ไม่ควรบันทึกภาพ วีดีโอ หรือเสียงที่ไม่เหมาะสมบนคอมพิวเตอร์หรือมือถือ(ภาพหรือคลิปวีดีโอของท่านอาจจะหลุด) สุดท้ายคือการป้องกันและแก้ไข ภัยจากโปรแกรมประสงค์ร้าย โดยการใช้ซอฟท์แวร์ Antivirus ตั้ง System restore เข้าเว็บต่างๆ อย่างระมัดระวัง ควรติดตั้งAntivirus และหมั่น Scan หรือศึกษาข้อมูล Virus ตัวใหม่ๆ อยู่เสมอๆ ทั้งหมดนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คนโดยเฉพาะผู้ปกครองและบุตรหลานของท่าน ที่ท่านจะมีวิธีป้องกันภัยต่างๆ ให้กับตัวท่านเองและบุตรหลานของท่าน หวังว่าต่อไปนี้คงจะคอยระมัดระวังภัยที่เกิดขึ้นจากอินเตอร์เน็ต และรู้จักการป้องกันภัยจากมัน เพราะภัยจากอินเตอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องยากที่จะป้องกันมัน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on ภัยที่เกิดจาก อินเตอร์เน็ต ไม่ใช่เรื่องยากที่จะป้องกัน

วิธีการป้องกันจากภัยต่าง ๆ จากธรรมชาติเพื่อให้มันไม่เกิดขึ้นได้อีก

12

ภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในครั้งนี้แม้จะเป็น “ครั้งแรก” และหนักที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้งในต่างประเทศ แม้ภัยพิบัติจะเป็นสิ่งที่ “ไม่อาจคาดเดาได้อย่างแน่นอนชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด” แต่เท่าที่สังเกตเห็นในบางประเทศที่มีภัยพิบัติลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เขาจะมี “กฎหมาย” เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภัยพิบัติที่เป็นระบบโดยมีสาระสำคัญคือ “การวางแผนเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ” เอาไว้ “ล่วงหน้า” แผนเกี่ยวกับภัยพิบัติต่าง ๆ มักจะประกอบด้วยสาระสำคัญหลายส่วนด้วยกัน เช่น “แผนการดำเนินการป้องกัน แผนการบริหารจัดการขณะเกิดภัยพิบัติ แผนการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ” รวมทั้งบรรดา “เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จะต้องมีเพื่อให้แผนทั้ง 3 บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ของแผน” เพื่อเตรียมที่จะรับมือกับสถานการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือสงครามที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ก็ตาม แผนดังกล่าวจึงเป็น “เครื่องมือ” ที่ฝ่ายปกครองต้องจัดทำเพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ถูกต้องและเพื่อให้เกิดการดำเนินการที่จะสามารถ ”นำไปสู่การออกจากสถานการณ์วิกฤติ” ได้โดยเร็ว

ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบนโลกนี้มีอยู่หลายประเภท มีทั้ง ”ภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ” ซึ่งมีอยู่หลายแบบ เช่น มรสุม พายุ แผ่นดินไหว และ “ภัยพิบัติที่เกิดจากมนุษย์” ซึ่งก็มีอยู่มาก เช่น สงคราม การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือการทดลองอาวุธสงคราม เป็นต้น ภัยพิบัติส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์ชั่วคราวที่ “เกิดขึ้นอย่างผิดปกติและมีความร้ายแรง”ส่งผลกระทบต่อประชาชน ประเทศชาติ เศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงต้องมีการวางการดำเนินการในการแก้ไขผลของการเกิดภัยพิบัติเพื่อนำพาประเทศชาติกลับคืนสู่สถานะเดิมคือ การใช้ชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชนในสังคม เนื่องจากการแก้ไขภัยพิบัติเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญต่อ “ความเป็นความตาย” ของผู้คนจำนวนมากและของอนาคตของประเทศ จึงต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถจากหลาย ๆ สาขาให้มาร่วมมือกันวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ จัดลำดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขที่ดีและเหมาะสมต่อไปการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติต่าง ๆ นั้น “แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย” แต่ก็เป็น “เรื่องที่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้” เท่าที่อ่านพบจากบทความของต่างประเทศ เข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติขึ้นอยู่กับปัจจัยสองประการ คือ “การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบกับการสื่อสารที่ชัดเจน”

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on วิธีการป้องกันจากภัยต่าง ๆ จากธรรมชาติเพื่อให้มันไม่เกิดขึ้นได้อีก

การป้องกันจากภัยต่างๆที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต

การป้องกันจากภัยต่างๆที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต

ศูนย์วิจัยระดับประเทศเสนอ 6 แนวทางสำหรับผู้ใหญ่ และ 4 แนวทางสำหรับเด็กในการป้องกันอันตรายจากอินเตอร์เน็ตที่มีกับเด็ก ลดช่องว่างด้านเทคโนโลยี และสกัดกั้นความเสียหายต่ออนาคตของชาติ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการว่า ในประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรวมประมาณ 4.5 ล้านคน โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชน และแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะมีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย แต่ก็มีอันตรายไม่น้อยสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลายเป็นแหล่งการเกิดปัญหาการล่อลวงเด็กและก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวเด็ก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาของการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อล่อลวงเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการล่อลวงไปข่มขืน ทำอนาจาร หรือแม้แต่การลักพาตัวไป โดยเฉพาะการพูดคุยในห้องแชตรูมผ่านอินเทอร์เน็ต ที่นำไปสู่การนัดพบกันของคู่สนทนาทั้งสองฝ่ายซึ่งไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน รวมทั้งเนื้อหาที่นำเสนอในหน้าเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลกมีจำนวนไม่น้อยที่นำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก เช่น เนื้อหาทางเพศ เนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง หรือการเสนอขายสินค้าที่ไม่เหมาะสมหรือส่งเสริมการใช้ความรุนแรง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหา ควรได้รับความร่วมมือด้วยกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ปกครองควรสอดส่องดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตของเยาวชนอย่างใกล้ชิด และให้คำแนะนำในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องและเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ปกครองก็คือ ความแตกต่างระหว่างความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีระหว่างเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งจัดว่าเป็น Digital Divide อีกประเภทหนึ่งที่ต้องพิจารณาและทำให้ผู้ปกครองต้องหันมากระตุ้นเตือนตนเองให้เร่งหันมาศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีให้มากขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาวะความเสี่ยงจากภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนหรือลูกหลาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมแนวทางในการป้องกันปัญหาในการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้กับกลุ่มผู้ปกครองและกลุ่มเยาวชน ดังนี้ ในส่วนของผู้ปกครองทำได้คือ

ไม่ควรปล่อยให้เยาวชนหรือบุตรหลานเล่นอินเทอร์เน็ตตามลำพังกระตุ้นให้เด็กเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นในอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ และให้ร้องขอความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษาเมื่อพบกับปัญหาทำความเข้าใจกับเด็กเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันเด็กจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมแนะนำเด็กในการใช้อีเมล์ และให้ตรวจสอบหรือสอบถามเกี่ยวกับการส่งอีเมล์ที่ส่งมาให้เด็กอยู่เสมอให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้แชตรูมหรือห้องสนทนาเกี่ยวกับข้อมูลที่เด็กควรปกปิดไว้ ไม่ควรบอกให้คู่สนทนารู้ เช่น นามสกุล ที่อยู่ หรือรหัสผ่านที่เป็นความลับกับผู้ที่ไม่เคยรู้จัก หรือเริ่มรู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตควรวางคอมพิวเตอร์ที่เด็กใช้ไว้ในที่เปิดเผย เช่น ห้องนั่งเล่น มากกว่าที่จะวางไว้ในห้องนอน หรือห้องส่วนตัว กลุ่มเยาวชนไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อโรงเรียน ที่ทำงาน หรือเบอร์ที่ทำงาน ของผู้ปกครองให้แก่บุคคลอื่น ที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตแจ้งให้ผู้ปกครองทราบโดยทันทีที่พบข้อมูล หรือรูปภาพใด ๆ บนอินเทอร์เน็ตที่หยาบคายไม่เหมาะสมไม่ไปพบบุคลใดก็ตามที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อนไม่ส่งรูปหรือสิ่งของใด ๆ ให้แก่ผู้อื่นที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้ขออนุญาติจากผู้ปกครองก่อน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , , | Comments Off on การป้องกันจากภัยต่างๆที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต